U(Useless?)-NET

พูดถึง U-NET ไม่อยากจะพูดเลยว่า…

สทศ.อย่าพยายามทำตัวเองเป็นศูนย์ของการศึกษาไทยเลย
เพราะการศึกษาไทยมันมีปัญหาหลายจุด
คิดจะแก้ปัญหาปลายน้ำด้วยการสอบ มันไม่ใช่นะครับ

การสอบต่างๆ ที่ สทศ.ทำ มันมากและซ้ำซ้อนเกินไปจริง
อย่างเช่น GAT-PAT กับ 7 วิชาสามัญ เนี่ย
ก็ยังสงสัยนะทำไมจับมารวมกันไม่ได้เหรอ

แล้วการที่ สทศ. พยายามเข้ามายุ่งย่ามการศึกษาในระดับอุดมศึกษา
ซึ่งเนื้อหาในอุดมศึกษามันเป็นด้านเฉพาะทาง
จริงอยู่ที่ สทศ. ที่บอกจะจัดสอบวัดแค่พื้นฐาน
พวกความรู้ทั่วไป ภาษา การคิดวิเคราะห์
ถ้าวัดแค่นี้จริงๆ อันก็พอรับได้อยู่
เพราะสกิลพวกนี้ นักศึกษายังขาดเยอะ

ส่วนบางคนก็บอกข้อดีว่ามันคือการลดความเหลื่อมหล้า
เพราะมหาลัยเหมือนกันแต่เกรดไม่เท่ากัน
เลยเลือกวัดที่มหาลัย แทนที่จะวัดกับคะแนนกลางอะไรสักอย่าง
สทศ.ก็ผุดไอเดีย U-NET ขึ้นมา

แต่ในอนาคต ถ้าเกิดการสอบมีปัญหาอีก
ข้อสอบมีปัญหาบ้างล่ะ ข้อสอบกำกวมบ้างล่ะ
สทศ.จะจัดสอบอะไรเพิ่ม นอกจาก U-NET อีกหรือไม่?
เสี่ยงจะเดินซ้ำร้อย GAT-PAT และ 7 วิชาสามัญ
ซึ่งมันอาจจะวัดอะไรไม่ได้เลย…

แต่ถ้า สทศ. คิดจะดันเรื่องนี้จริง โดยไม่สนเสียงค้าน
มันก็สิทธิ์สำเร็จอยู่แหละ (ด้วยความเป็นองค์กรอิสระ)
เพียงแต่ถ้า สทศ. จัดสอบอันนี้ขึ้นได้
งานหินก็เกิดขึ้นอีกหนึ่งชิ้น อีกหนึ่งอัน
ทั้งที่ของเดิมก็ทำไม่ดี ดันมาเพิ่มอะไรอีกก็ยังไม่รู้
คนของ สทศ.ที่ออกมาชี้แจงก็ยังพูดไปคนละทิศคนละทางเลย :v

ดูกรนักวิชาการทั้งหลาย จงแก้ปัญหาที่ต้นเหตุเถิด…

 

ป.ล. เขียนเพิ่มเติมจากสเตตัสในเฟสข้าพเจ้าเอง

ป.อ. ที่ใส่ตัวเอียงนั่นคือเขียนเพิ่มจากของเดิม

 

2 comments / Add your comment below

  1. อาข่าผู้น่ารักมีบอร์ดของตัวเองด้วย ยาวหน่อยนะ

    ความคิดเห็นของข้าพเจ้าเรื่อง U-net เป็นดังนี้

    ข้าพเจ้ากำลังคิดว่าผู้ร่้ายตัวจริงคือ สมศ. (คล้าย สทศ. แต่ไม่ใช่อันเดียวกัน)

    ที่ต้องการจะหาเกณฑ์สำหรับใช้ในการประเมินมหาวิทยาลัย ตามนโยบายการประกันคุณภาพการศึกษา เหมือนกับที่ สมศ. ใช้ O-net ในการประเมินคุณภาพของโรงเรียนมัธยม (เรื่องนี้ก็เป็นประเด็นที่น่าถกเถียงมากพอๆกับ U-net นะ)

    โดยส่วนตัวคิดว่าเห็นด้วยที่มีการสอบลักษณะนี้ (ไม่ได้หมายความว่าเห็นด้วยกับการสอบ U-net นะ)

    จะเป็นการดีมากกว่าถ้า สทศ. ปรับรูปแบบของการสอบ U-net ให้ได้มาตรฐาน เช่น ถ้าต้องการสอบวัดความรู้ทางการใช้ภาษาอังกฤษ ก็ควรจะมีการเทียบมาตรฐานกับ toefl หรือ toeic แต่สามารถจัดการสอบได้ทุกที่และในราคาที่ถูกกว่า และสามารถนำไปใช้สำหรับการเรียนต่อ ได้ทั่วประเทศ

    สำหรับเรื่องข้อสอบ ส่วนตัวคิดว่า สทศ. เป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพในการทำข้อสอบที่ค่อนข้างได้มาตรฐานทีเดียวในหลายๆวิชา (แต่สำหรับในการสอบ o-net ที่ชอบมีข้อสอบรูปแบบแปลกๆออกมา คิดว่าน่าจะทำไปเพื่อป้องกันการลอก)

    และสุดท้ายถ้า สทศ. ต้องการจัดการทดสอบไปเพื่อประเมินมหาวิทยาลัย โดยให้นิสิตนักศึกษาที่กำลังเรียนในปีสุดท้ายสอบนั้น ข้าพเจ้าไม่เห็นด้วย เพราะการประเมินโดยดูแค่ตัวเลขไม่ได้ช่วยอะไรนิสิตเหล่านี้เลย

    แต่ที่ถูก สิ่งเหล่านี้ควรจะถูกกำหนดลงไปในมาตรฐานของการจบในแต่ละช่วงชั้น (รวมประถมและมัธยม) และควรมีการแบ่งเป็นระดับต่างๆ เช่น ทักษะการใช้ภาษาไทย ระดับประถม จะจบได้ ก็ควรว่าอ่านออกเขียนได้หรือไม่ เขียนคำถูกต้องกี่% อ่านจับใจความเป็นไหม เป็นต้น ในระดับที่สูงกว่าก็อาจจะวัดทักษะที่สูงกว่าขึ้นมา

    และไม่ควรให้เด็กที่อยู่ในปีสุดท้ายของช่วงชั้นนั้นมีสิทธิสอบเท่านั้น แต่ควรให้เด็กทุกคนสามารถสอบได้ และถ้าเด็กคนไหนผ่านเงื่อนไขทั้งหมดของช่วงชั้นนั้นได้ ก็ควรมีสิทธิได้รับการพาสชั้นได้เลย

    ทั้งหมดนี้ก็แค่ความคิดเห็นนะ

    1. ขอบคุณมากเลยครับ อาจารย์ตาล ตามมาอ่านบล็อกผมด้วย อิอิ
      ส่วนตัวเรื่องวงการการศึกษา ผมไม่ค่อยสันทัดเลยครับ
      ได้ฟังมุมมองของอาจารย์ก็น่าสนใจดีครับ น้อมรับฟังทุกความเห็นฮะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *